PDU คืออะไร? วิธีเลือก PDU สำหรับ Server Rack และ Data Center ให้เหมาะกับการใช้งาน

ในทุกตู้แร็คเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นห้องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กหรือดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ จะต้องมีอุปกรณ์หนึ่งที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้ UPS หรือ Server เลย นั่นคือ PDU บทความนี้จะอธิบายว่า PDU คืออะไร ทำงานอย่างไร และมีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อ ตั้งแต่ 0U/1U, 16A/32A, C13/C19 ไปจนถึงวิธีคำนวณโหลดอย่างง่าย
หัวข้อ
PDU คืออะไร
PDU (Power Distribution Unit) คืออุปกรณ์กระจายไฟฟ้าที่ติดตั้งในตู้แร็ค ทำหน้าที่รับไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายเดียว (เช่น จาก UPS หรือปลั๊กไฟหลัก) แล้วกระจายไปยังอุปกรณ์หลายชิ้นภายในแร็คเดียวกัน เช่น เซิร์ฟเวอร์ สวิตช์เครือข่าย สตอเรจ หรืออุปกรณ์ไอทีอื่น ๆ
อธิบายง่าย ๆ PDU ก็เหมือน “รางปลั๊กไฟคุณภาพสูงสำหรับงานอุตสาหกรรม” ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งในแร็คได้อย่างเป็นระเบียบ รองรับกระแสไฟสูงกว่าปลั๊กพ่วงทั่วไป และในบางรุ่นยังสามารถตรวจสอบปริมาณการใช้ไฟฟ้าของแต่ละช่องเสียบได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
PDU แบบ 0U และ 1U ต่างกันอย่างไร
เวลาเลือกซื้อ PDU สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือรูปแบบการติดตั้ง ซึ่งแบ่งหลัก ๆ เป็น 2 แบบ
PDU แบบ 0U ติดตั้งในแนวตั้งที่ด้านหลังหรือด้านข้างของตู้แร็ค ไม่กินพื้นที่ U ในแนวนอนเลย (จึงเรียกว่า 0U) เหมาะกับแร็คที่มีอุปกรณ์เยอะและต้องการประหยัดพื้นที่ติดตั้งด้านหน้า-หลัง เป็นรูปแบบที่นิยมมากในดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะสามารถมีช่องเสียบได้จำนวนมากตลอดความสูงของแร็ค
PDU แบบ 1U ติดตั้งในแนวนอน กินพื้นที่ 1U ของแร็ค (44.45 มม.) เหมาะกับแร็คขนาดเล็กที่มีอุปกรณ์ไม่มาก หรือกรณีที่ต้องการเข้าถึงช่องเสียบจากด้านหน้าได้สะดวก ข้อจำกัดคือจำนวนช่องเสียบมักน้อยกว่าแบบ 0U เพราะพื้นที่จำกัดกว่า
โดยทั่วไป ถ้าแร็คมีอุปกรณ์เยอะและพื้นที่ U มีจำกัด ควรเลือกแบบ 0U ไว้ก่อน เพื่อเก็บพื้นที่ U ไว้สำหรับติดตั้งเซิร์ฟเวอร์หรืออุปกรณ์อื่นแทน
16A กับ 32A เลือกอย่างไร
ตัวเลข 16A หรือ 32A ที่ติดอยู่กับชื่อรุ่น PDU หมายถึง กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ PDU ตัวนั้นรับได้จากแหล่งจ่ายไฟ (Input Current Rating) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า PDU ตัวนั้นจะจ่ายไฟรวมให้อุปกรณ์ในแร็คได้มากแค่ไหน
- PDU 16A ที่แรงดันไฟ 220-240V จะรองรับกำลังไฟฟ้ารวมได้ประมาณ 3.5-3.7 kW เหมาะกับแร็คที่มีโหลดไม่สูงมาก เช่น แร็คเครือข่าย หรือแร็คเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กถึงกลาง
- PDU 32A ที่แรงดันไฟเดียวกันจะรองรับกำลังไฟฟ้ารวมได้ประมาณ 7-7.4 kW เหมาะกับแร็คที่มีเซิร์ฟเวอร์ความหนาแน่นสูง (High-Density) หรือแร็คที่ต้องรองรับอุปกรณ์จำนวนมาก
การเลือกกระแสไฟของ PDU ต้องดูจากโหลดรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดในแร็ค และควรมีระบบไฟฟ้าต้นทาง (เต้ารับ, เบรกเกอร์, สายไฟ) ที่รองรับกระแสไฟระดับนั้นได้จริงด้วย ไม่ใช่แค่เลือกที่ตัว PDU อย่างเดียว
C13 กับ C19 คืออะไร
C13 และ C19 คือ มาตรฐานหัวเสียบปลั๊กแบบ IEC ที่ใช้กับอุปกรณ์ไอทีในแร็คแทบทุกชนิด ความแตกต่างหลักคือขนาดและกระแสไฟฟ้าที่รองรับ
- C13 เป็นหัวเสียบขนาดมาตรฐาน รองรับกระแสไฟไม่เกิน 10A ใช้กับอุปกรณ์ทั่วไป เช่น เซิร์ฟเวอร์ สวิตช์ ที่ใช้สายไฟแบบ C14
- C19 เป็นหัวเสียบขนาดใหญ่กว่า รองรับกระแสไฟสูงถึง 16A ใช้กับอุปกรณ์ที่กินไฟมากกว่า เช่น เซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง หรือ Blade Server ที่ใช้สายไฟแบบ C20
เวลาเลือก PDU จึงต้องเช็กว่าอุปกรณ์ในแร็คของเราใช้สายไฟหัวแบบไหนเป็นหลัก และเลือก PDU ที่มีสัดส่วนช่องเสียบ C13/C19 ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่จริง
จำนวน Outlet ควรเลือกเท่าไหร่
จำนวนช่องเสียบ (Outlet) ของ PDU ควรเผื่อไว้มากกว่าจำนวนอุปกรณ์ปัจจุบันเล็กน้อย เพื่อรองรับการขยายระบบในอนาคต หลักคิดง่าย ๆ คือ
- นับจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องเสียบไฟในแร็คทั้งหมด พร้อมแยกว่าอุปกรณ์ไหนใช้หัว C13 หรือ C19
- เผื่อช่องว่างไว้อีกประมาณ 20-30% สำหรับอุปกรณ์ที่จะเพิ่มเข้ามาภายหลัง
- ถ้าต้องการความน่าเชื่อถือสูง (Redundancy) ควรพิจารณาติดตั้ง PDU 2 ตัวต่อแร็ค โดยจ่ายไฟจากแหล่งจ่ายไฟคนละแหล่ง เพื่อให้อุปกรณ์ที่มี Dual Power Supply ต่อไฟได้ทั้งสองฝั่ง
วิธีคำนวณโหลดของ PDU แบบง่าย
การคำนวณโหลดเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะถ้าคำนวณผิดอาจทำให้เบรกเกอร์ตัดไฟหรือ PDU ทำงานหนักเกินไป หลักการคำนวณเบื้องต้นทำได้ดังนี้
- รวมกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ทั้งหมดในแร็ค โดยดูจากป้าย Nameplate หรือสเปกของอุปกรณ์แต่ละชิ้น (หน่วยเป็นวัตต์ W)
- เทียบกับกำลังไฟสูงสุดของ PDU เช่น PDU 16A ที่ 230V จะรับโหลดได้สูงสุดประมาณ 3,680W (16A x 230V)
- ไม่ควรใช้โหลดเกิน 80% ของพิกัดสูงสุด เพื่อความปลอดภัยและเผื่อกระแสไฟกระชากขณะอุปกรณ์เริ่มทำงาน (Inrush Current) เช่น PDU 16A ควรใช้งานจริงไม่เกินประมาณ 2,944W
- ถ้าโหลดรวมเกินพิกัดที่ปลอดภัย ควรพิจารณาอัปเกรดเป็น PDU 32A หรือแยกโหลดไปยัง PDU อีกตัวหนึ่ง
ความเหมาะสมในการใช้งานแต่ละแบบ
สรุปแนวทางเลือก PDU ตามลักษณะการใช้งาน
| ลักษณะการใช้งาน | ประเภท PDU ที่เหมาะสม |
|---|---|
| แร็คเครือข่ายหรือแร็คขนาดเล็ก โหลดไม่สูง | PDU 1U หรือ 0U, 16A, C13 เป็นหลัก |
| แร็คเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป มีอุปกรณ์หลายชิ้น | PDU 0U, 16A-32A, ผสม C13/C19 |
| แร็คความหนาแน่นสูงหรือดาต้าเซ็นเตอร์ | PDU 0U, 32A, มีฟังก์ชัน Metered/Monitoring |
| งานที่ต้องการตรวจสอบการใช้ไฟรายช่อง | PDU แบบ Metered Input หรือ Switched |
ตัวอย่าง PDU สำหรับแร็คในลักษณะต่าง ๆ
เพื่อให้เห็นภาพว่าหลักการเลือกข้างต้นนำไปใช้จริงอย่างไร ขอยกตัวอย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ Eaton FlexPDU ซึ่งมีให้เลือกหลายรุ่นตามลักษณะการใช้งาน
- Eaton FLXTBAC14C1 — PDU พื้นฐานขนาดกะทัดรัด ใช้หัวเสียบอินพุตแบบ C14 เหมาะกับแร็คขนาดเล็กหรืออุปกรณ์ที่มีจำนวนไม่มาก
- Eaton FLXTBA116C2 — PDU พื้นฐาน (Basic) รองรับกระแสไฟ 16A พร้อมช่องเสียบผสม C13/C19 เหมาะกับแร็คเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปที่ไม่ต้องการฟังก์ชันตรวจสอบไฟฟ้า
- Eaton FLXTBA132C2 — PDU พื้นฐาน รองรับกระแสไฟ 32A เหมาะกับแร็คที่มีโหลดสูงขึ้นหรืออุปกรณ์จำนวนมาก
- Eaton FLXTMI116C2 — PDU แบบ Metered Input รองรับ 16A มีการวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม ช่วยให้ติดตามโหลดของแร็คได้แม่นยำขึ้น
- Eaton FLXTMI132C2 — PDU แบบ Metered Input รองรับ 32A เหมาะกับแร็คความหนาแน่นสูงที่ต้องการทั้งกำลังไฟมากและการตรวจสอบโหลดแบบเรียลไทม์
จะเห็นได้ว่าภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน ก็ยังแบ่งย่อยตามกระแสไฟ (16A/32A) และฟังก์ชันการตรวจสอบ (Basic/Metered) ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเลือก PDU ที่อธิบายไว้ข้างต้นทั้งหมด
สรุป
การเลือก PDU ที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนช่องเสียบ แต่ต้องพิจารณาตั้งแต่รูปแบบการติดตั้ง (0U/1U) กระแสไฟที่รองรับ (16A/32A) ชนิดหัวเสียบ (C13/C19) ไปจนถึงการคำนวณโหลดให้เหมาะกับอุปกรณ์จริงในแร็ค การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ระบบไฟฟ้าในแร็คมีความปลอดภัย รองรับการขยายตัวในอนาคต และลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าขัดข้องที่ไม่จำเป็นได้อย่างมาก
เยี่ยมชมสินค้า
-
Eaton FLEX G2 PDU,BA 0U,316P6,24 outlets (20)C13 (4)C19 (FLXTBA116C2)
-
Eaton FLEX G2 PDU,BA 0U,332P6,24 outlets (20)C13 (4)C19 (FLXTBA132C2)
-
Eaton FLEX G2 PDU,BA 1U,C14Plug,8 outlets (8)C13 (FLXTBAC14C1)
-
Eaton FLEX G2 PDU,MI 0U,316P6,24 outlets (20)C13 (4)C19 (FLXTMI116C2)
-
Eaton FLEX G2 PDU,MI 0U,332P6,24 outlets (20)C13 (4)C19 (FLXTMI132C2)
ติดต่อเรา
หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกเครื่องสำรองไฟ UPS ที่เหมาะกับงานของคุณ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ Plantdigi เพื่อขอคำปรึกษาและโปรโมชั่นพิเศษได้เลยวันนี้
- ที่อยู่ : 179/94 ถนนนาวงประชาพัฒนา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
- LINE : @Plantdigi
- Facebook : Plantdigi Technology
- เบอร์โทร : 02-140-0892
- เบอร์โทร : 089-314-3423 (มือถือ)
- เว็บไซต์ : www.plantdigiups.com
บริษัท แพลนท์ดิจิ เทคโนโลยี่ โซลูชั่น จำกัด
จำหน่ายเครื่องสำรองไฟ UPS พร้อมบริการให้คำปรึกษาฟรี!










