การเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ (UPS) อย่างมืออาชีพ

ในยุคดิจิทัลที่เราทุกคนต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์เครือข่าย ปัญหาไฟดับ ไฟตก หรือไฟกระชาก สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ การมีเครื่องสำรองไฟ (UPS – Uninterruptible Power Supply) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจวิธีการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟอย่างถูกต้องเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน และคุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด
หัวข้อ

เครื่องสำรองไฟ (UPS) คืออะไร?
UPS (Uninterruptible Power Supply) หรือที่เราเรียกกันว่า “เครื่องสำรองไฟ” คืออุปกรณ์ที่ช่วยจ่ายพลังงานไฟฟ้าชั่วคราวเมื่อไฟฟ้าหลักดับ หรือแรงดันไฟฟ้าผันผวน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันความเสียหายจากไฟกระชาก (Surge) และไฟตก (Voltage Drop) ที่อาจทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายได้
UPS จะมีแบตเตอรี่ภายในที่เก็บพลังงานไว้ เมื่อไฟดับ ระบบจะจ่ายไฟสำรองทันทีเพื่อให้คุณสามารถบันทึกงาน ปิดเครื่อง หรือใช้งานต่อได้โดยไม่สะดุด
ประเภทของเครื่องสำรองไฟที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ
ก่อนการเลือกซื้อ UPS คุณควรเข้าใจประเภทของเครื่องสำรองไฟ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักๆ ได้แก่
1. Offline / Standby UPS
เหมาะกับการใช้งานทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือกล้องวงจรปิด มีราคาย่อมเยา แต่ป้องกันไฟได้ในระดับพื้นฐาน
2. Line Interactive UPS
สามารถปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (AVR) เมื่อไฟตกหรือไฟเกิน เหมาะสำหรับสำนักงาน ธุรกิจขนาดเล็ก หรือเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก
3. Online Double Conversion UPS
แปลงไฟฟ้าให้เสถียรอยู่ตลอดเวลา ป้องกันไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชากได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ หรือศูนย์ข้อมูล (Data Center)
วิธีเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟให้เหมาะกับคุณ
1. คำนวณกำลังไฟที่ต้องใช้ (VA / Watt)
ก่อนซื้อ UPS คุณควรคำนวณโหลดไฟฟ้ารวมของอุปกรณ์ที่ต้องการต่อ
ตัวอย่าง
- คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง = 300W
- จอภาพ 1 เครื่อง = 50W
- รวม = 350W
ควรเผื่อกำลังไฟไว้อีก 20–30% เช่น เลือก UPS ขนาด 500–600VA
2. ระยะเวลาสำรองไฟ (Backup Time)
UPS แต่ละรุ่นมีระยะเวลาสำรองไฟต่างกัน (เช่น 5–30 นาที) ควรเลือกให้เพียงพอต่อการบันทึกงานหรือปิดเครื่องอย่างปลอดภัย
3. ระบบป้องกันไฟฟ้า
ตรวจสอบว่ารุ่นนั้นมีระบบป้องกันไฟกระชาก ไฟเกิน และไฟตก ครบหรือไม่! เพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์
4. ประเภทของแบตเตอรี่
UPS ส่วนใหญ่ใช้แบตเตอรี่แบบ VRLA (Valve Regulated Lead Acid) แต่รุ่นใหม่บางรุ่นจะใช้ Lithium-ion Battery ที่มีอายุการใช้งานยาวกว่าและชาร์จเร็วกว่า
5. การเชื่อมต่อและการจัดการ
บางรุ่นมาพร้อมพอร์ต USB หรือระบบ Smart Monitoring ที่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อดูสถานะและตั้งค่าได้
6. แบรนด์และบริการหลังการขาย
เลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น APC, Delta, CyberPower, Eaton หรือ Prolink เพราะมีบริการหลังการขายในประเทศไทยและอะไหล่พร้อม

เครื่องสำรองไฟยี่ห้อไหนดี? (แนะนำแบรนด์ยอดนิยม)
| แบรนด์ | จุดเด่น | เหมาะกับการใช้งาน |
|---|---|---|
| APC by Schneider Electric | มาตรฐานสูง ใช้ในองค์กรทั่วโลก | บ้าน, สำนักงาน, Data Center |
| Delta UPS | ประสิทธิภาพสูง เสถียร ใช้งานในอุตสาหกรรม | ธุรกิจ SME, องค์กรขนาดใหญ่ |
| CyberPower | ราคาคุ้มค่า มีหลายรุ่นให้เลือก | บ้าน, ร้านค้า, ออฟฟิศ |
| Eaton | UPS คุณภาพอุตสาหกรรม มีเทคโนโลยี Green Mode | องค์กร, โรงงาน |
| Prolink / Syndome | ราคาประหยัด ใช้งานง่าย | บ้าน, คอมพิวเตอร์ทั่วไป |
แบรนด์ UPS ที่เราแนะนำ
แบรนด์ยอดนิยมที่ได้รับความไว้วางใจ ได้แก่ APC, Eaton, และ Vertiv โดยแต่ละแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานตั้งแต่ระดับบ้านจนถึงองค์กร

เคล็ดลับการดูแลเครื่องสำรองไฟให้ใช้งานได้นาน
- เปิดใช้งาน UPS อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานอยู่ตลอด
- หลีกเลี่ยงการใช้งานเกินกำลังไฟที่ระบุ
- ทำความสะอาดช่องระบายอากาศและตรวจเช็กพัดลม
- เปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 2-3 ปี เพื่อรักษาประสิทธิภาพ
- ตรวจสอบสถานะการทำงานผ่านซอฟต์แวร์หรือตัวแสดงไฟ (LED)
สรุปวิธีการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟให้คุ้มค่าและปลอดภัย
การเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟไม่ใช่แค่ดูที่ราคา แต่ต้องพิจารณากำลังไฟ ระยะเวลาสำรอง ระบบป้องกัน และบริการหลังการขายให้เหมาะกับการใช้งานจริง
หากคุณต้องการความมั่นใจในคุณภาพและการใช้งานระยะยาว เลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Delta UPS, APC, หรือ CyberPower เพราะการลงทุนกับเครื่องสำรองไฟคุณภาพดีคือการปกป้องข้อมูลและอุปกรณ์ของคุณในทุกสถานการณ์
แหล่งอ้างอิง
ติดต่อเรา
หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกเครื่องสำรองไฟ UPS ที่เหมาะกับงานของคุณ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ Plantdigi เพื่อขอคำปรึกษาและโปรโมชั่นพิเศษได้เลยวันนี้
- ที่อยู่ : 179/94 ถนนนาวงประชาพัฒนา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
- LINE : @Plantdigi
- Facebook : Plantdigi Technology
- เบอร์โทร : 02-140-0892
- เบอร์โทร : 089-314-3423 (มือถือ)
- เว็บไซต์ : www.plantdigiups.com








